แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อีสป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อีสป แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552

นิทานอีสป:คนถูกหมากัด

ชายคนหนึ่งถูกหมากัดเลือดไหลอาบ พยายามเดินหาหมอรักษาชายอีกคนหนึ่งมาพบจึงให้คำแนะนำเป็นเคล็ดลับให้ว่า“จงนำขนมปังมาชุบเลือดที่แผลให้ชุ่มแล้วเอาไปให้หมาตัวที่กัดท่านกิน แผลของท่านก็จะหายโดยเร็ว”“หากรักษาด้วยวิธีที่ท่านบอก ข้าพเจ้าคงถูกหมาทุกตัวในเมืองนี้รุมกัดเป็นแน่ “ชายผู้ที่ถูกหมากัดกล่าวตอบด้วยความฉุนเฉียว

ข้อคิด:การให้การอุปถัมภ์เลี้ยงดูศัตรูของตนเอง เท่ากับเป็นการสร้างจำนวนศัตรูให้เพิ่มมากขึ้น

นิทานอีสป:นายแพทย์คางคก

คางคกตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากโคลนมันมุดตัวอยู่พร้อมประกาศให้สัตว์อื่นๆทราบว่า“บัดนี้ข้าได้ค้นพบตัวยาวิเศษ สามารถรักษาโรคทุกชนิดให้กายได้” หมาจิ้งจอกได้ยินดังนั้นจึงย้อนถามว่า “หากเป็นจริงอย่างที่เจ้าอวดอ้าล่ะก็ ควรรักษาปมตะปุ่มตะป่ำทั่วตัวของเจ้าให้หายก่อนเถิดเพื่อนเอ๋ย”

ข้อคิด:ผลงานย่อมพิสูจน์คุณค่า มิใช่คำคุยโตโอ้อวด

นิทานอีสป:แขกอาหรับกับอูฐ

แขกอาหรับคนหนึ่งเอ่ยถามอูฐของตนซึ่งใช้บรรทุกสัมภาระว่า “เจ้าชอบเดินขึ้นเขาหรือลงเขา” อูฐทำตาปริบๆแล้วย้อนถามว่า “ไอ้ที่ทางเดินสบายๆราบๆน่ะไม่มีแล้วหรือนายจ๋า”

ข้อคิด:ทุกคนย่อมชอบความสะดวกสบายและความสุข แต่ในชีวิตจริงนั้นย่อมต้องเผชิญกับความยากลำบากและความทุกข์ด้วยเสมอ

นิทานอีสป:อูฐกับเทพเจ้า

กาลดึกดำบรรพ์ในสมัยเมื่อสัตว์ทั้งหลายยังสามารถพูดจาติดต่อกับเทพเจ้าได้ยังมีอูฐตัวหนึ่งได้ร้องเรียนต่อเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ว่า“ไม่ยุติธรรมเลย ทำไมท่านจึงสร้างตัวข้าขึ้นมาไม่เหมือนกับสัตว์อื่นๆ ข้าไม่มีแม้แต่เขาไว้ป้องกันตัว ไร้เขี้ยวอันแหลมคม อุ้งเล็บที่ทรงพลังหรือสิ่งอันใดพอที่จะปกป้องตัวเองจากศัตรูก็ไม่มีขอให้ท่านโปรดมอบสิ่งเหล่านี้แก่ข้าด้วยเถิด”เทพเจ้าได้ยินดังนั้นพิโรธ ด้วยเห็นอูฐมีอวัยวะหลายอย่างที่ดีกว่าสัตว์อื่นอยู่แล้ว เช่น ขายาว มีจมูกที่สามารถเปิดปิดป้องกันทรายได้ส่วนตานั้นก็มีสองชั้นเมื่อปิดเปลือกตาชั้นแรกป้องกันฝุ่นทรายก็ยังมองเห็นทางนอกจากนั้นกระเพาะยังจุน้ำได้มากทำให้สามารถเดินทางในทะเลทรายโดยไม่ต้องกินน้ำได้เป็นเวลานานหลายๆวัน แต่อูฐยังไม่พอใจในตนเอง ด้วยเหตุนี้เทพเจ้าจึงสาปให้หูของมันเล็กลงไปกว่าเดิมเพื่อเป็นการลงโทษ

ข้อคิด:จงพอใจในสิ่งที่ตนมีที่ตนเป็นอยู่ การร้องขอมากเกินควรอาจต้องสูญเสียสิ่งที่มีอยู่เดิม

วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552

นิทานอีสป:ท้องกับอวัยวะอื่นๆ

วันหนึ่งบรรดาอวัยวะต่างๆของร่างกายอันได้แก่ มือ ขา ปาก และฟันเป็นต้น เห็นว่าพวกตนทำงานกันด้วยความเหน็ดเหนื่อย แต่ท้องนั้นอยู่เฉยๆ ก็ได้รับอาหารโดยไม่ต้องออกแรงอะไรเป็นการเอาเปรียบผู้อื่น อวัยวะทั้งหลายจึงพากันประท้วง โดยขาไม่ยอมเดินไปหาอาหาร มือไม่ยอมหยิบอาหาร ปากไม่ยอมอ้าและฟันไม่ยอมเคี้ยวอาหารด้วยเหตุนี้ในเวลาไม่นานมัก ท้องจึงรู้สึกหิวโหย แต่เมื่อไม่มีอาหารจึงไม่อาจย่อยและส่งไปเลี้ยงอวัยวะอื่นๆได้ มือ ขา ปากและฟัน ต่างก็รู้สึกอ่อนเพลียไม่มีเรี่ยวแรง และเริ่มเข้าใจว่าแท้ที่จริงท้องนั้นก็ทำหน้าที่ของตนเช่นกัน ไม่ได้อยู่เฉยๆ อย่างที่พวกตนคิดแต่แรก หลังจากที่อวัยวะทุกส่วนของร่างกายร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอีกครั้งร่างกายก็กลับแข็งแรงสมบูรณ์เหมือนเดิม

ข้อคิด:ทุกคนต้องทำงานไปตามหน้าที่ของตนเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม ซึ่งต่างก็มีบทบาทและความสำคัญเช่นเดียวกัน

นิทานอีสป:กากับเหยือกน้ำ

กาตัวหนึ่งกระหายน้ำเจียนตายครั้นมองเห็นเหยือกใบหนึ่งตั้งอยู่บนพื้นจึงรีบบินลงมาหมายจะดื่มกินให้ชื่นใจแต่ปรากฏว่ามีน้ำเหลือติดก้นเหยือกไม่มากนักกาพยายามยืดคอลงไปแต่ไม่ถึงน้ำ ครั้นจะคว่ำเหยือกก็ไม่มีแรงแต่ด้วยสติปัญญาอันเฉียบแหลมมันจึงใช้ปากคาบก้อนกรวดใส่ลงไปทีละก้อนๆอย่างไม่ย่อท้อ ระดับน้ำในเหยือกค่อยๆสูงขึ้นจนมันสามารถดื่มกินได้สมดังความตั้งใจ

ข้อคิด:
การใช้ไหวพริบสติปัญญาและความเพียรยาม ย่อมนำพาไปสู่ความสำเร็จ

วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552

นิทานอีสป:สามช่างซ่อมกำแพง

ณ นครแห่งหนึ่ง เมื่อได้ข่าวข้าศึกกำลังจะยกทัพมาตีเมืองเหล่าอำมาตย์ราชมนตรีต่างร่วมประชุมปรึกษาหารือ เพื่อหาทางป้องกันและซ่อมกำแพงเมืองให้แข็งแรง มนตรีที่มาจากช่างก่ออิฐแนะนำให้ใช้อิฐก่อกำแพงมนตรีที่มาจากช่างไม้แนะนำให้ใช้ไม้ซุงเพราะเชื่อว่าน่าจะแข็งแรงกว่าอิฐ ส่วนมนตรีที่มาจากช่างทำหนังแนะนำใช้หนังสัตว์สร้างกำแพงเพราะหนังมีความเหนียวแน่น

ข้อคิด:ผู้มีความถนัดรอบรู้เชี่ยวชาญในด้านใดก็มักจะมีความคิดเห็นไปทางนั้น

นิทานอีสป:วัวกับคนฆ่าวัว

ครั้งหนึ่งบรรดาวัวทั้งหลายได้มาประชุมกันด้วยความแค้นใจเนื่องจากพวกตนถูกมนุษย์นำมาใช้งานอย่างหนักและบางตัวก็ถูกนำไปฆ่าเป็นอาหาร ต่างลงความเห็นว่าหากช่วยกันฆ่ามนุษย์ให้หมดไปจากโลก วัวและสัตว์ทั้งหลายก็จะอยู่กันอย่างปลอดภัย เมื่อมีความเห็นเป็นที่ตกลงดังนี้จึงต่างเตรียมลับเขาของตนให้แหลมคม แต่ยังมีวัวชราตัวหนึ่งทำงานลากไถรับใช้มนุษย์มาเป็นเวลานานได้กล่าวเตือนสติขึ้นว่า “พวกเจ้าคงถูกมนุษย์ฆ่าตายหมดก่อนที่ทำการได้สำเร็จ และนอกจากมนุษย์แล้วสัตว์ร้ายอื่นๆ ก็ยังต้องการที่จะกินเนื้อของเจ้า เจ้าจะทำงานรับใช้มนุษย์ต่อไปหรือไม่ก็ตามแต่ใจของเจ้าเถอะ"

ข้อคิด:ควรอดทนต่อความทุกข์ยากที่มีอยู่ดีกว่าดิ้นรนไปหาความทุกข์อื่นที่อาจจะร้ายแรงยิ่งกว่า

นิทานอีสป:ราชสีห์กับวัวสี่ตัว

ในบรรดาสัตว์ป่าทั้งหลายมีเพียงวัวสี่ตัว ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันเท่านั้นที่ไม่กลัวเกรงราชสีห์ผู้เป็นเจ้าป่า ทั้งนี้เพราะวัวทุกตัวต่างมีความสามัคคีรักใคร่กลมเกลียวกัน เมื่อใดที่ราชสีห์หมายจะจู่โจมเข้าสังหาร วัวทั้งสี่ตัวจะรีบหันหลังชนกันหันหัวซึ่งมีเขาอันแหลมคมออกเผชิญหน้ากับเจ้าป่าไม่เปิดช่องว่างให้ราชสีห์กระโจนเข้าเล่นงานได้ไม่ว่าจะมาจากทิศทางใด“เป็นเพราะเขาอันแข็งแกร่งของข้าต่างหาก” วัวอีกตัวหนึ่งแย้งขึ้นด้วยต่างคิดว่าตนเองมีความสำคัญเหนือผู้อื่น ในที่สุดวัวทุกตัวต่างก็เกิดหมางใจแตกสามัคคีจึงแยกกันออกหากินไม่รวมกลุ่มเหมือนก่อน เป็นเหตุให้ถูกราชสีห์จับกินเป็นอาหารจนหมดทั้งสี่ตัว

ข้อคิด:เมื่อความขาดสามัคคีเกิดขึ้นในหมู่คณะใด หมู่คณะนั้นย่อมพบกับภัยพิบัติ

นิทานอีสป:ห่านออกไข่เป็นทอง

เช้าวันหนึ่งเมื่อชาวนาเดินเข้าไปในเล้าเห็นห่านที่เลี้ยงไว้ตัวหนึ่งออกเป็นทองคำก็รู้สึกดีใจและตื่นเต้นรีบนำไข่ไปให้ภรรยาดู เมื่อทั้งสองนำไข่ทองคำไปขายก็ได้เงินมาจำนวนหนึ่งเพียงพอที่จะใช้จ่ายในครอบครัวและซื้อสิ่งของที่ต้องการ วันต่อมาแม่ห่านตัวเดิมก็ออกไข่เป็นทองคำอีก สองสามีภรรยาต่างดีอกดีใจที่มีห่านวิเศษไว้ในครอบครองทุกเช้าจึงเก็บไข่ห่านทองคำไปขายจนมีฐานะร่ำรวยขึ้น
“เราจะมัวเก็บไข่ห่านทองคำไปขายวันละฟองอยู่ทำไม สู้จับห่านมาฆ่านำทองทั้งหมดที่มีอยู่ในท้องของมันไปขายทีเดียวไม่ดีกว่าหรือ” เมื่อปรึกษากับภรรยาของตนและมีความเห็นตรงกัน ชาวนาจงนำห่านมาฆ่า แต่เมื่อผ่านออกดูปรากฏว่าภายในท้องห่านมีแต่ความว่างเปล่า

ข้อคิด:โลภมากมักลาภหาย

นิทานอีสป:ผึ้งกับเทพเจ้า

ในสมัยที่เทพเจ้าได้สร้างโลกรวมทั้งมนุษย็และสัตว์ขึ้นมาใหม่ๆผึ้งได้เก็บน้ำหวานจากดอกไม้มาสะสมไว้จนเต็มรวงแล้วจึงนำไปถวายเทพเจ้า เทพเจ้าพอพระทัยจึงออกปากให้ผึ้งขอพรสิ่งใดก็ได้ตามความต้องการ“ข้าแต่ท่านเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่” ผึ้งกล่าวคำยกย่อง “ด้วยอิทธิฤทธิ์แห่งท่าน ขอจงดลบันดาลให้เหล็กในของข้าพเจ้ามีพิษร้าย หากมนุษย์ผู้ใดโดนต่อย จะต้องถึงแก่ความตายในทันที”เทพเจ้าทรงพิโรธที่ผึ้งมีจิตคิดร้าย ต่อผู้อื่นแทนที่จะให้พรกลับสาปแช่งว่า “ต่อแต่นี้ไปขอให้เหล็กในของเจ้าไม่อาจทำอันตรายใครถึงตายได้ แต่เมื่อเจ้าต่อยผู้ใดขอให้เจ้าจงสิ้นชีพ ไปพร้อมกับเหล็กในของเจ้า” นับแต่นั้นมาเมื่อผึ้งต่อยใครแล้ว ตัวมันเองก็ต้องตายด้วยประการฉะนี้

ข้อคิด:ผู้ใดคิดร้ายต่อผู้อื่น ตนเองย่อมได้รับผลร้ายนั้นยิ่งกว่า